ภาพถ่ายสถานีอวกาศนานาชาติเคียงจันทร์

ปรกติแล้ว เราสามารถมองเห็นสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) และดาวเทียมดวงอื่นๆ ได้ด้วยตาเปล่า แต่มันจะเป็นเพียงจุดเล็กๆ ที่เคลื่อนที่เร็ว (แต่ช้ากว่าดาวตก) บนท้องฟ้าเท่านั้น ถ้าต้องการรับชมรายละเอียดของ ISS ให้มากขึ้น ก็อย่าลืมใช้กล้องสองตาหรือกล้องดูดาวประกอบด้วย

แต่หลายคนก็ไม่มีกล้องสองตาดีๆ ไว้ส่องสาวดาว ส่วนกล้องดูดาวนั้นก็ต้องอาศัยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าให้ชี้เป้าไปยังจุดหมายได้ถูกต้องตลอดเวลาอีก งานนี้ก็ไม่ต้องหมดหวังไปถ้าจะไม่ได้ชมภาพสวยๆ เพราะตากล้องที่ NASA ได้ถ่ายภาพของ ISS คู่ดวงจันทร์เมื่อวันพุธที่แล้วมาให้ชมกันครับ

อนึ่ง ISS อยู่ห่างจากพื้นผิวโลกประมาณ 390 กิโลเมตร ส่วนดวงจันทร์อยู่ห่างออกไปประมาณ 380,000 กิโลเมตร (ห่างกันเกือบ 1000 เท่า) ครับ

ที่มา: ภาพต้นฉบับจาก NASA ผ่าน NASA บน G+ jusci

Moon and International Space Station
JSC2012-E-017833 (4 Jan. 2012) — The International Space Station can be seen as a small object in lower right of this image of the moon in the early evening Jan. 4 in the skies over the Houston area flying at an altitude of 390.8 kilometers (242.8 miles). The space station can be seen in the night sky with the naked eye and a pair of field binoculars may reveal some detail of the structural shape of the spacecraft. Station sightings in the area will be possible again (weather permitting) Friday, Jan. 6, beginning at 6:11 p.m. CST. Viewing should be possible for approximately six minutes as the station moves from 10 degrees above west-northwest to 10 degrees above south-southeast. The maximum elevation will be 44 degrees. To find sighting details by city, visit: http://go.usa.gov/81R. Equipment used by the NASA photographer operating from NASA’s Johnson Space Center, was as follows: Nikon D3S, 600mm lens and 2x converter, Heavy Duty Bogen Tripod with sandbag and a trigger cable to minimize camera shake. The camera settings were as follows: 1/1600 @ f/8, ISO 2500 on High Continuous Burst. Photo credit: NASA

[ข่าวลือ] แอปเปิลจะจัดงานแถลงข่าวสิ้นเดือนนี้ แต่ไม่น่าเปิดตัว iPad 3

เว็บไซต์ AllThingsD รายงาน “ข่าววงใน” ว่าแอปเปิลเตรียมจัดงานแถลงข่าวช่วงสิ้นเดือนมกราคมนี้ สถานที่จะเป็นนครนิวยอร์ก
ตามข่าวบอกว่าหัวข้อของการแถลงข่าวจะ “เกี่ยวข้องกับสื่อ” (media-related) และไม่น่าจะเป็นงานแถลงข่าว iPad 3 หรือ Apple TV ตัวใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในปี 2012 นี้
AllThingsD คาดว่างานแถลงข่าวครั้งนี้จะเกี่ยวข้องกับโฆษณาหรือสิ่งพิมพ์มากกว่า ซึ่งแหล่งข่าวบอกว่างานแถลงครั้งนี้มี Eddy Cue (ตำแหน่ง SVP of Internet Software and Services) ที่ดูแล iTunes Store, App Store, iAd, iCloud เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญ

ที่มา – AllThingsD blognone

Facebook for iPhone เวอร์ชั่นใหม่ เปลี่ยนหน้า Profiles เป็น Timeline แล้ว, for iPad เร็วๆ นี้

ข่าวสั้นครับ…
วันนี้แอพฯ Facebook for iPhone มีอัพเดทใหม่ ขึ้นไปเป็นเวอร์ชั่น 4.1 ครับ การเปลี่ยนแปลงไม่มีอะไรมาก แค่เพิ่มอินเทอร์เฟสหน้า Timeline สำหรับคนที่อัพเกรดไปใช้ Timeline เรียบร้อยแล้ว แต่ทั้งนี้อินเทอร์เฟส Timeline จะยังไม่รองรับหน้าจอใหญ่ขนาด iPad ครับ เพราะงั้นต้องรอกันไปก่อน แต่ทางเฟสบุ๊คบอกว่าอีกไม่นานเกินรอครับ
ที่น่าแปลกก็คือ.. Facebook for Android ได้อินเทอร์เฟส Timeline ตั้งแต่วันที่เฟสบุ๊คเปิด Timeline ให้ทุกคนเมื่อหลายวันก่อนแล้ว

ที่มา – Engadget blognone

Facebook Timeline เปิดให้ทุกคนใช้แล้ว

Facebook Timeline ฟีเจอร์ใหญ่ประจำปีของ Facebook ที่เปิดตัวในงาน f8 เมื่อเดือนกันยายน (ข่าวเก่า) แล้วเงียบหายไปนาน ตอนนี้เปิดให้ผู้ใช้ทุกคนได้สร้าง Timeline ของตัวเองแล้ว
หลังจากกดสร้าง Timeline เป็นครั้งแรก ทาง Facebook จะให้เวลาเราทบทวน 7 วันว่าตกลงจะใช้งานจริงๆ หรือไม่ ถ้าตัดสินใจเดินหน้าต่อก็สามารถกดเปลี่ยนหน้า Profile เป็น Timeline ได้ทันที (ไม่ต้องรอครบ 7 วัน คือกดภายใน 7 วัน) แต่ถ้ายังลังเลจนครบ 7 วันเมื่อไร Facebook จะเอา Timeline ขึ้นให้เราเอง
ใครที่ยังไม่มี Timeline และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงก็เข้าไปที่ Introducing Timeline และกดปุ่ม Get Timeline ด้านล่างครับ เทคนิคการควบคุม Timeline อ่านได้ตามลิงก์ที่มา

ที่มา – Facebook Blog blognone

สถิติชี้นักพัฒนาแอพ 3 ใน 4 เลือกสร้างแอพบน iOS ก่อน Android

บริษัท Flurry ทำธุรกิจด้านวิเคราะห์ข้อมูลตลาดมือถือ และมีผลิตภัณฑ์ Flurry Analytics ให้นักแอพมือถือรู้สถิติการใช้งานแอพของตัวเอง (บริการนี้มีบนมือถือหลายแพลตฟอร์ม) ซึ่งมีลูกค้าจำนวนมากกว่า 135,000 แอพในปัจจุบัน
Flurry ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า สำหรับแอพใหม่ที่ถูกสร้างขึ้นในปี 2011 และใช้บริการเก็บสถิติของ Flurry จำนวนประมาณ 50,000 ตัว จะแบ่งสัดส่วนของแอพบน iOS ต่อ Android ประมาณ 3:1(สถิติของไตรมาสที่สามปี 2011) ซึ่งชี้ให้เห็นว่านักพัฒนายังเลือกสร้างแอพบน iOS มากกว่า Android
ตัวเลขสัดส่วนในปีก่อนอยู่ที่ 2:1 ซึ่งแปลว่าความนิยมของ iOS มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากเดิม และ Android มีสัดส่วนที่ลดลง

Flurry ประเมินว่าแอพในสังกัดของตัวเองจะครอบคลุม 25% ของแอพใน App Store และ Android Market รวมกัน ซึ่งน่าจะบ่งชี้สถานการณ์ของแอพทั้งหมดได้ในระดับหนึ่ง
ส่วนเหตุผลที่ iOS ได้รับความนิยมในหมู่นักพัฒนาแอพมากกว่า Android ทาง Flurry ให้เหตุผลว่าเป็นเพราะแอปเปิลประสบความสำเร็จในการขยายตลาด iPhone ไปยังเครือข่ายอื่นๆ (ในสหรัฐ), ความสำเร็จของ iPad 2 และ iPhone 4S, และอัตราการทำเงินต่อแอพที่ดีกว่า
สถิติของ Flurry ยังบอกว่าสัดส่วนรายได้ระหว่างแอพบน iOS ต่อ Android อยู่ที่ 1 ต่อ 0.24 ซึ่งปัจจัยสนับสนุนคือแอปเปิลบังคับให้ผู้ใช้ iOS ต้องผูกบัญชีไว้กับเครดิตการ์ดหรือบัตรของขวัญ ทำให้ผู้ใช้ iOS จำนวน 100% สามารถจ่ายเงินซื้อแอพได้ ในขณะที่ Android ไม่ได้บังคับเรื่องนี้ และ Google Checkout ก็ยังไม่แพร่หลายมากพอ
อย่างไรก็ตาม Flurry บอกว่าวงการ Android มีสัญญาณที่ดีขึ้น เนื่องจากอัตราการเปิดใช้เครื่องใหม่ของ Android สูงกว่าฝั่ง iOS แล้ว, การรวม Google Checkout เข้ากับ Google Wallet และแคมเปญแอพ 0.10 ดอลลาร์ ก็จะช่วยให้ผู้ใช้ฝั่ง Android ตื่นตัวต่อการซื้อแอพมากขึ้น

ที่มา – Flurry blognone

Page 1 of 3123»